แบบรายงานวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
ปีการศึกษา 2563
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร
เขต 2
ชื่อผู้นำเสนอ นางสาวทรงสุดา น้ำจันทร์
โรงเรียน ชุมชนบ้านเขาหลาง
อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
ประเภทของนวัตกรรม ด้านทักษะวิชาการ
------------------------------------------------------------------------------------
ชื่อผลงาน การจัดการเรียนการสอนที่เน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เรียนโดยใช้กระบวนการ
KL BEST MODEL ของการพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง ดี มีสุข
1. ความสำคัญของนวัตกรรม/วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ
(Best Practice)
การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
ดังนั้นกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
โดยเน้นด้านความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้ ในเรื่องสาระความรู้ให้บูรณาการความรู้และทักษะด้านต่างๆ
ให้เหมาะสมในแต่ละระดับการศึกษาเพื่อพัฒนาด้านความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสังคม
(พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3), 2553)
ในศตวรรษที่ 21
เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารและการเปลี่ยนแปลง ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สารสนเทศทำให้การสื่อสารไร้พรมแดน
การเข้าถึงแหล่งข้อมูลสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ผลกระทบจากยุคโลกาภิวัตน์นี้ ส่งผลให้ผู้เรียนจำเป็นจะต้องมีความสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
อย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้แสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ประกอบกับปัจจุบันมีองค์ความรู้ใหม่เกิดขึ้นมากมายทุกวินาที
ทำให้เนื้อหาวิชา มีมากเกินกว่าที่จะเรียนรู้จากในห้องเรียนได้หมด
ซึ่งการสอนแบบเดิมด้วยการ “พูด บอก เล่า” ไม่สามารถ จะพัฒนาผู้เรียนให้นำความรู้ที่ได้จากการเรียนในชั้นเรียนไปปฏิบัติได้ดี
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ จัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองความเปลี่ยนแปลงของสังคมเทคโนโลยี
จากผู้สอนที่มีบทบาทเป็นผู้ถ่ายทอด ปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ชี้แนะวิธีการค้นคว้าหาความรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถแสวงหาความรู้
และประยุกต์ใช้ทักษะต่างๆ สร้างความเข้าใจด้วยตนเองจนเกิดเป็นการเรียนรู้อย่างมีความหมาย
การเรียนรู้ที่เน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ อย่างมีความหมายโดยการร่วมมือระหว่างผู้เรียนด้วยกัน
ในการนี้ ครูต้องลดบทบาทในการสอนและการให้ ข้อความรู้แก่ผู้เรียนโดยตรง
แต่ไปเพิ่มกระบวนการและกิจกรรมที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้น ในการจะทำกิจกรรมต่างๆ
มากขึ้น และอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยการพูด การเขียน
การอภิปรายกับเพื่อนๆ การเรียนรู้ที่เน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
(Active Learning) ทำให้ผู้เรียนสามารถ รักษาผลการเรียนรู้ให้อยู่คงทนได้มากและนานกว่ากระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียน
เป็นฝ่ายรับความรู้ (Passive Learning) เพราะกระบวนการเรียนรู้แบบ
Active Learning สอดคล้องกับการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับ
ความจำ โดยสามารถเก็บ และจำสิ่งที่ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม
มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ผู้สอน สิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ที่ได้ผ่านการปฏิบัติจริง
จะสามารถเก็บความจำ ในระบบความจำระยะยาว (Long Term Memory) ทำให้ผลการเรียนรู้
ยังคงอยู่ได้ในปริมาณที่มากกว่า ระยะยาวกว่า (ดร.สถาพร พฤฑฒิกุล, 2558)
โรงเรียนชุมชนบ้านเขาหลาง จึงมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความรู้แบบบูรณาการ
เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนการสอนในรายวิชาต่างๆ
สามารถนำองค์ความรู้มาเชื่อมโยงกัน ในแต่ละสาระการเรียนรู้นำไปสู่การประยุกต์ใช้ได้จริง
นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถสังเคราะห์องค์ความรู้ออกมาในรูปแบบต่างๆ
ได้ ดังนั้นโรงเรียนชุมชนบ้านเขาหลางจึงมีแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน
มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำและการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยการออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ
KL BEST MODELของการพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง
ดี มีสุข ซึ่งรูปแบบการจัดการเรียนการสอนดังกล่าวมีแนวทางเพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะเก่ง
ดี มีสุข ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนทักษะการศึกษา ค้นคว้า เลือกใช้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม สามารถพัฒนาความริเริ่มสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and
Innovation) การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา (Critical
Thinking and Problem Solving) การสื่อสารและการร่วมมือ (Collaboration,
Teamwork and Leadership) ทักษะด้านสารสนเทศ รู้เท่าทันสื่อ
และเทคโนโลยี (Communications, Information, and Media Literacy) ซึ่งทักษะเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในศตวรรษที่ 21
ที่ใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคต และสามารถทำงานท่ามกลางความขาดแคลน
เป็นการท้าทายความสามารถของตนเอง ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน นอกจากนี้ผู้เรียนได้นำองค์ความรู้ที่เกิดจากการศึกษา
ค้นคว้าและลงพื้นที่ด้วยตนเองนั้น นำไปเผยแพร่ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
2.1
จุดประสงค์
2.1.1 เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง
ดี มีสุข โดยใช้กระบวนการ KL BEST MODEL
2.1.2 เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะในศตวรรษที่
21
ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ
โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้
2.1.3 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ
รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล อย่างครบถ้วน และเป็นระบบ
นำองค์ความรู้ที่ได้มาสังเคราะห์เป็นนวัตกรรม
2.1.4 เพื่อให้ผู้เรียนมีความเป็นเลิศทางวิชาการ
ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก
2.1.5
เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้าเผยแพร่ในวงกว้าง
ทั้งภายในสถานศึกษาและชุมชนภายนอก
2.2
เป้าหมาย
เชิงปริมาณ
2.2.1 ผู้เรียนโรงเรียนชุมชนบ้านเขาหลาง
จำนวน 370 คน ได้ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำและการเรียนรู้เชิงรุก
(Active Learning) โดยใช้กระบวนการ KL BEST MODELของการพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง
ดี มีสุข
เชิงคุณภาพ
2.2.3 ผู้เรียนมีทักษะในศตวรรษที่
21
ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ
โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้
3.
ขั้นตอนการดำเนินงาน
3.1 การออกแบบนวัตกรรม
จากเจตนารมณ์ของโรงเรียนบ้านเขาหลางที่มีความมุ่งหวัง
และความคาดหมายหลักๆ คือ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
อันหมายถึง เป็นคนดี เป็นคนเก่งเป็นคนที่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและมีความสุข
บนพื้นฐานของความเป็นไทย ภายใต้บริบทสังคมโลกใหม่ เป็นโรงเรียนยุคใหม่ที่จัดการศึกษาแบบองค์รวม
และบูรณาการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมศาสนา และการเมือง
เพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
3.2 การดำเนินงานตามกิจกรรม
ขั้นเตรียมการ
(Plan)
1)
ผู้สอนศึกษาเป้าหมายของการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
ศึกษาหลักสูตรของโรงเรียนศึกษาเอกสารประกอบหลักสูตรและวิเคราะห์หลักสูตร
ศึกษาทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ
โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้
เพื่อสร้างหน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ภายใต้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551
2) ผู้สอนจัดทำหน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้
3)
ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสำรวจแนวคิดหลักในการจัดทำผลงงานและนวัตกรรม
เพื่อนำไปสู่การกำหนดหัวข้อองค์ความรู้ใหม่ที่ผู้เรียนมีความสนใจร่วมกัน
ครูผู้สอนได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ
KL
BEST MODEL
1. การระดมสมอง (Brainstorming: B) ซึ่งในกระบวนการนี้ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันระดมสมองสำรวจแนวคิด
หลักในการจัดทำผลงงานและนวัตกรรม
เพื่อนำไปสู่การกำหนดหัวข้อองค์ความรู้ใหม่ที่ผู้เรียนมีความสนใจร่วมกัน
2. บรรยากาศการเรียนรู้ (Environment: E) ผู้สอนจัดบรรยากาศการเรียนรู้ สถานที่
วัสดุอุปกรณ์ สิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
3. การสืบค้นความรู้และสารสนเทศ (Search: S) ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสืบค้นความรู้
และสารสนเทศ
ตามความถนัดของแต่ละบุคคล และนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในกลุ่ม และในชั้นเรียน
โดยผู้สอนคอยติดตาม อำนวยความสะดวก และแนะแนวทางให้ผู้เรียนเกิดแนวคิดเพิ่มเติม ด้วยตัวของผู้เรียนเองในการค้นคว้าหาความรู้
และสรุปองค์ความรู้ที่ได้ด้วยตนเอง
4. เทคโนโลยี (Technology: T) ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม
โดยครูผู้สอนจะทำหน้าที่คอย Coaching & Mentoring
ขั้นตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนางาน
(Check)
1) ผู้เรียนมีความตื่นตัวในการเข้าร่วมกิจกรรม
มีการค้นคว้าข้อมูลจากหลายแหล่งเรียนรู้ และมีการปรับปรุงเป็นระยะ
โดยมีผู้สอนทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนางาน
2) เมื่อผู้เรียนจัดทำนวัตกรรม
แล้วผู้สอนทำหน้าที่ตรวจสอบ และเสนอแนะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้เรียน
ขั้นสรุปและรายงาน (Action)
1) Reflection
หรือถอดบทเรียน เป็นขั้นตอนการนำเสนอผลงานของนักเขียนในแต่ละคน/
กลุ่มเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
นอกจากนี้มีกระบวนการการถอดบทเรียนจากการทำผลงานหรือนวัตกรรมของตนเองว่าผู้เรียนเรียนรู้อะไร
ได้อะไรจากการทำผลงานหรือนวัตกรรมในครั้งนี้
เพื่อเป็นการทบทวนกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นมาตลอดทั้งหน่วยการเรียนรู้ที่ผ่านมา
หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นกระบวนการตกผลึกทางความคิด เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ที่ได้รับกับการนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
โดยมีผู้สอนทำหน้าที่ให้คำชี้แนะอย่างใกล้ชิด
2)
ผู้สอนนำเสนอนวัตกรรมที่ผู้เรียนร่วมกันสร้างองค์ความรู้ครั้งนี้เผยแพร่ทั้งภายใสถานศึกษาและภายนอกสถานศึกษา
3.3 ประสิทธิภาพของการ
ขั้นตอนในการพัฒนาผลงานหรือนวัตกรรมของผู้เรียนโดยใช้กระบวนการ KL BEST
MODELของการพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง ดี มีสุข พบว่าผู้เรียนเกิดทักษะในศตวรรษที่
21
ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้สามารถนำวิธีการเรียนรู้
ที่ใช้กระบวนการ KL BEST MODELของการพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง ดี
มีสุข ในการดำเนินงานไปใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการศึกษา และใช้เป็นแนวทางการพัฒนา
หรือ เป็นฐานข้อมูลสำหรับการศึกษาเพิ่มเติมที่จะนำไปสู่การพัฒนา การต่อยอด
การแสวงหาองค์ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
3.4 การใช้ทรัพยากร
การพัฒนาผลงานและนวัตกรรมของผู้เรียนผ่านการดำเนินการตามกระบวนการ KL BEST
MODELของการพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง ดี มีสุข ได้เน้นทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ
โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ ซึ่งต้องอาศัยจากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายและเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่อยู่ในท้องถิ่น
เพื่อให้การสืบค้นข้อมูลและนำข้อมูลมาใช้สร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ นั้นมีความถูกต้อง
น่าเชื่อถือ จึงมีการใช้ทรัพยากรในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้
3.4.1 ผู้เรียนและผู้สอนระดมความคิด
เพื่อระบุแหล่งเรียนรู้ที่สามารถสืบค้นหาข้อมูลมาจัดทำผลงานและนวัตกรรมของตนเองได้อย่างถูกต้อง
มีความน่าเชื่อถือ เช่น ห้องสมุดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ห้องสมุดโรงเรียน
ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ต
3.4.2
กระบวนการสืบค้นข้อมูลและเขียนบทความ มีการใช้ทรัพยากร เช่น กระดาษ A4 กระดาษฟลิบชาร์จ ปากกาเคมี
เพื่อใช้ในการจดบันทึกข้อมูล แล้วนำไปจัดพิมพ์โดยคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บข้อมูลเป็นสารสนเทศ
3.4.3
การลงพื้นที่สืบค้นข้อมูล ได้รับการอำนวยความสะดวกจากผู้ปกครองของผู้เรียนซึ่งเป็นคนในท้องถิ่น
ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้
3.4.4 การจัดตีพิมพ์ผลงานและนวัตกรรมที่ได้ดำเนินการศึกษา
ผ่านโรงพิมพ์โดยใช้ป้ายไวนิล หรือกระดาษอาร์ตมัน ในรูปแบบโปสเตอร์เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับงานนำเสนอ
3.4.5การเผยแพร่ผลงานและนวัตกรรมที่ได้ดำเนินการศึกษา
ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามศักยภาพและความสนใจของผู้เรียนเอง
4.
ผลการดำเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ
4.1 ผลที่เกิดตามจุดประสงค์
4.1.1 ผู้เรียนเก่ง
ดี มีสุข โดยใช้กระบวนการ KL BEST MODEL
4.1.2
ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21
ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ
โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้
4.1.3
ผู้เรียนสามารถ รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล อย่างครบถ้วน และเป็นระบบ
นำองค์ความรู้ที่ได้มาสังเคราะห์เป็นนวัตกรรม
4.1.4 ผู้เรียนเรียนมีความเป็นเลิศทางวิชาการ สื่อสารสองภาษา
ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก
4.1.5 ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้าเผยแพร่ในวงกว้าง
ทั้งภายในสถานศึกษาและชุมชนภายนอก
4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน
ผลการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนที่เน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เรียนโดยใช้กระบวนการ
KL
BEST MODEL
ของการพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง
ดี มีสุข พบว่าผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
และการคิดแก้ปัญหา ค้นคว้าและคัดเลือกข้อมูลหรือองค์ความรู้เป็นทักษะการเรียนรู้
ในศตวรรษที่ 21 สามารถค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้
ซึ่งทักษะเหล่านี้จะติดตัวผู้เรียนไปตลอด
และผู้เรียนสามารถจัดทำผลงานซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญซึ่งเป็นผลสรุปของการออกแบบการจัดการเรียนรู้
และสามารถนำนวัตกรรมมาศึกษาหาความรู้ และนำสู่การเผยแพร่ให้กว้างขวางมากขึ้น
4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ
4.3.1 ผู้เรียนเกิดทักษะในศตวรรษที่
21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดแก้ปัญหาสามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
สามารถตัดสินใจ
4.3.2 ผู้เรียนมีความตระหนักในการนำความรู้มาใช้การพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง
เกิดความรักชุมชนบ้านเกิดและรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชนของตนเอง (Sense of Belonging)
ได้เรียนรู้ร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวกับท้องถิ่น และรู้จักจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นชุมชนของผู้เรียนในหลากหลายแง่มุมมากยิ่งขึ้นในการคิดแก้ปัญหาหรือสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบแทนสังคมที่ตนเองดำรงชีวิตอยู่
4.3.3
ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนจากผู้รับองค์ความรู้มาเป็นผู้สร้างองค์ความรู้
และเผยแพร่องค์ความรู้ ที่เกิดจากการศึกษา
ค้นคว้าให้เกิดประโยชน์กับชุมชนท้องถิ่นของตนเอง
5.
ปัจจัยความสำเร็จ
5.1
กระบวนการจัดการเรียนรู้การจัดการเรียนการสอน Active learning โดยใช้กระบวนการ
KL BEST MODEL ของการพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง ดี มีสุข มีการวางแผนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ
รัดกุม ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการสร้างนวัตกรรมของผู้เรียน
5.2 ผู้สอนและผู้เรียนกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง
กล้าคิด กล้าลงมือทำ หวังผลเพื่อพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ เรียนรู้ร่วมกัน
5.3
ผู้เรียนได้นำความรู้มาใช้ในการอธิบาย เชื่อมโยง และบูรณาการองค์ความรู้ทั้งทางด้านสังคมศาสตร์
เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน
5.4
ผู้บริหารและคณะครูผู้สอนให้ความเห็นชอบและให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม มีวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมอย่างเพียงพอ
5.5 บุคลากรท้องถิ่นถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์
ให้ข้อมูลกับผู้เรียนในเรื่องราวที่สอดคล้องกับเนื้อหาในการเรียน
รวมถึงให้ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้
ส่งผลให้ผู้ปกครองและชุมชนมีความพึงพอใจต่อการทำงานของโรงเรียน
5.6
การประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมร่วมกันผ่านการเผยแพร่ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ทำให้องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้าได้เผยแพร่ไปในวงกว้าง
และช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงการนำความรู้มาร่วมพัฒนาท้องถิ่นของตนเองมากขึ้น
สร้างความเข้มแข็งของชุมชน และพัฒนาต่อยอดต่อไปได้อย่างยั่งยืน
6.
บทเรียนที่ได้รับ (Lesson
Learned)
6.1
การระบุข้อมูลที่ได้รับจากการผลิตและการนำผลงานไปใช้
6.1.1 ผู้เรียนเกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
เกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
และการคิดแก้ปัญหาสามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ
6.1.2 ผู้เรียนทราบวิธีการค้นคว้าและคัดเลือกข้อมูลหรือองค์ความรู้ได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ
6.1.3 ผู้เรียนมีความภาคภูมิใจในผลงานหรือนวัตกรรมของตนเอง
6.1.4 ผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวกับการนำความรู้ไปพัฒนาท้องถิ่น
และรู้จักจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นชุมชนของผู้เรียนในหลากหลายแง่มุมมากยิ่งขึ้น
สนองตอบหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
6.2
ข้อเสนอแนะ ข้อควรระวัง
6.2.1 ผู้เรียนขาดประสบการณ์และทักษะในการค้นคว้า เลือกใช้และรวบรวมข้อมูล
การจัดทำผลงานหรือนวัตกรรมครั้งนี้ ผู้สอนจำเป็นต้องดูแล
ให้คำแนะนำในลักษณะของผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator)
และผู้ให้คำแนะนำ (Coach) อย่างใกล้ชิด
พร้อมช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา
ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น
6.2.2 ผู้สอนต้องวางแผนการจัดทำผลงานหรือนวัตกรรมของผู้เรียนให้มีความชัดเจน
รัดกุม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้
6.3
แนวทางในการพัฒนานวัตกรรมเพิ่มเติม
6.3.1 การพัฒนาผลงานหรือนวัตกรรมของผู้เรียนด้วยการจัดการเรียนการสอน Active
learning โดยใช้กระบวนการ KL BEST MODEL ของการพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง
ดี มีสุข ควรจัดทำในรูปแบบของสื่อออนไลน์เช่น E-book เพื่อให้สามารถมีผู้เข้าถึงองค์ความรู้ที่ผู้เรียนได้ศึกษา
ค้นคว้าและเรียบเรียงอย่างเป็นระบบได้จำนวนมากและวงกว้างยิ่งขึ้น
หรือเข้าถึงโดยการสแกน QR code
6.3.2 การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้กับผลงานหรือนวัตกรรมของผู้เรียนมากขึ้น
เช่น การใช้ AR Augmented Reality เป็นเทคโนโลยีที่นำภาพเสมือน
ที่เป็นรูปแบบ 3 มิติ จำลองเข้าสู่โลกจริงผ่านกล้อง จะทำให้ผลงานหรือนวัตกรรมของผู้เรียนมีความน่าสนใจและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่านได้มากยิ่งขึ้น
สอดคล้องกับการพัฒนาการศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0
6.3.3 การกำหนดประเด็นที่จะศึกษา
ค้นคว้า ให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาองค์ความรู้อย่างละเอียดและลึกซึ้ง
7.
การเผยแพร่/ การได้รับการยอมรับ
7.1 การเผยแพร่
1) เผยแพร่เป็นเอกสารประชาสัมพันธ์แก่ผู้ปกครอง คณะครูในโรงเรียนชุมชนบ้านเขาหลาง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1
2) เผยแพร่ผ่านสื่อเว็บไซต์ https://www.blogger.com/
3) เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์
Facebook Fanpage โรงเรียนชุมชนบ้านเขาหลาง
ต.ทุ่งหลวง
อ.ละแม จ.ชุมพร ผู้ติดตามจำนวน 335 คน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น